๒๓/๕ บทบาทของพระสงฆ์ กับสังคมไทย

พระธรรมสิงหบุราจารย์

 

    วันนี้รู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้ง ที่นิสิตนักศึกษามหาบัณฑิตแห่งเมืองมิถิลานครมาแสดงความเคารพถวายในวัน คล้ายวันเกิด ๖ รอบ ๗๒ ปี ด้วย โอกาสนี้จะพูดย่อ ๆเกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์กับสังคมไทย ว่ากิจกรรมของพระสงฆ์กับสังคมไทยเป็นอย่างไร แล้วจะพูดถึงเรื่องกรรมฐานแก้ปัญหาชีวิต กรรมฐานพัฒนาสังคมไทยได้อย่างไร โดยจะพูดหลักง่าย ๆก่อน
(ธรรมบรรยายแสดงแก่คณะพระนิสิตนักศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ณ หอประชุมภาวนา-กรศรีทิพา เมื่อ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓)

 กิจกรรมของพระสงฆ์
    ๑. ต้องศึกษาแสวงหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม
ต้องกล่าวว่าเทคโนโลยีกับพุทโธโลยีต้องใช้แก้ปัญหาไปด้วยกัน ไม่อย่างนั้นเราจะไปไม่ทันโลก เขาพูดกันมากกว่า
โลกาภิวัตน์โลกเจริญแต่จิตใจต่ำ ยุคใหม่ของทางโลกจิตใจต่ำ ถึงได้วุ่นวายทั่วประเทศ พัฒนาออก ไม่ได้พัฒนาเข้า พัฒนาจนหมดเงินหมดทองสิ้นเนื้อประดาตัวกันไปตาม ๆกัน บ้านทาวน์เฮ้าส์ขึ้นกันเป็นแถว พัฒนากันอย่างนั้นไม่ตรงทางธรรมของพระพุทธเจ้า
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรจะต้องศึกษาทั้งทางโลกทางธรรม เป็นกิจกรรมของสงฆ์
    ๒. สิ่งที่จะต้องละ ก็คือความไม่ดีไม่งามทั้งหมด
    ๓. สิ่งที่จะทำให้แจ้งถึงจิตใจ ตรงนี้เป็นหัวใจของคณะสงฆ์
    ๔. สิ่งที่ควรจะพัฒนาทำความเจริญทั้งรูปธรรมและนามธรรม

วัดต้องมีกิจกรรม ๕ ประการ
    ๑. เป็นที่อาศัยพำนักของพระภิกษุสามเณร
    ๒. เป็นที่บวชเรียนของลูกหลานชาวบ้าน
    ๓. เป็นที่บำเพ็ญบุญกุศลของชาวบ้าน
    ๔. เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางสังคมของชุมชน
    ๕. วัดและพระสงฆ์เป็นที่พึ่งทางใจของประชาชน

กิจกรรมของพระสงฆ์ต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยถือหลักว่า :-
    ๑. วัดต้องมีระเบียบปกครองรัดกุม
    ๒. บริเวณวัดสะอาดร่มรื่น ทั้งที่กินสะอาด ที่ถ่ายสะดวก
    ๓. มีกิจกรรมอำนวยประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนเป็นสำคัญ

    การที่จะไปถึงเป้าหมายทั้ง ๓ ประการนั้น มีจุดสำคัญที่เจ้าอาวาสจะพึงสนใจดูแลอยู่ ๘ จุดด้วยกันคือ
    ๑. พระภิกษุสงฆ์ในวัด ต้องทำกิจวัตร ลงอุโบสถ บิณฑบาต สวดมนต์ไหว้พระ กวาดอาวาสและลานเจดีย์ รักษาผ้าครอง อยู่ปริวาสกรรม (พูดกันจนชินหู แต่ไม่ค่อยมีคนทำ) โกนผม โกนหนวด ตัดเล็บ ศึกษาสิกขาบท และปฏิบัติอุปัชฌาย์อาจารย์ (อุปัชฌายวัตรและอาจริยวัตร คือวัตรเกี่ยวกับพระอุปัชฌายะและพระอาจารย์) เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีแล้ว มีแต่อุปัชฌาย์อาจารย์จะต้องไหว้ลูกศิษย์ ให้ลูกศิษย์เรียนหนังสือ จากที่ประสบมาทำให้วิตกว่า ยิ่งเรียนสูงขึ้น อุปัชฌายวัตร-อาจาริยวัตรหายากมากขึ้นเรื่อย ๆ การพิจารณาปัจจเวกขณะทั้ง ๔ ประการ ก็ลดน้อยถอยลงไป
    ๒. สมณธรรม
    ๓. เสนาสนะ คือที่อยู่อาศัย
    ๔. สวัสดิการ คือปัจจัยอำนวยความผาสุกแก่ประชาชน
    ๕. สมบัติของวัด คือผลประโยชน์รายได้
    ๖. สัปบุรุษ คือชาวบ้านผู้บำรุงวัด
    ๗. สังฆาธิการ คือการประสานงานกับเจ้าคณะ
    ๘. สาธารณสงเคราะห์ คือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน

กิจกรรมของสงฆ์ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ดังเช่นที่ได้ทำไปแล้ว คือ
    ๑. จัดบริเวณอาคารเสนาสนะ ให้สะอาดเรียบร้อยและร่มรื่น
    ๒. ปกครองบุคคลที่อาศัยอยู่ในวัดให้อยู่กันด้วยความเรียบร้อย ให้พระภิกษุสามเณรเล่าเรียนพระธรรมวินัยอย่าง
เคร่งครัด
    ๓. ให้วัดทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้จงได้ ถ้ากิจกรรมของพระสงฆ์ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนหรือสังคมแล้ว ไม่ใช่กิจกรรมของพระสงฆ์ในพระธรรมวินัยนี้แน่นอน

กิจกรรมของพระสงฆ์ช่วยเหลือสังคม ในเรื่องต่างๆ คือ
    ๒. สุขภาพอนามัย
    ๓. สัมมาอาชีพ ให้เขาประกอบอาชีพการงานโดยสุจริตธรรม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ พระสงฆ์มีทางช่วยได้โดยไม่ผิดสมณวิสัย.
    ๔. สันติสุข ให้เขาอยู่ด้วยความสุขสบาย ไม่มีการทะเลาะกัน ไม่ขึ้นโรงขึ้นศาล ในหมู่บ้านใดสันติสุขรักกันเหมือนญาติพี่น้องสายทางธรรม เรียกว่าญาติในพระศาสนา เรียกได้ชัดเจนว่าสันติสุข ไม่มีเรื่องกัน ไม่ทะเลาะกัน ถ้าพระสงฆ์ทำประโยชน์ตรงนี้ จะไม่มีคนขึ้นโรงขึ้นศาลแน่นอน
    ๕. ศึกษาสงเคราะห์ การศึกษาสงเคราะห์สำคัญมากที่สุด ทำมาแล้วได้ผล ได้ช่วยเรื่องการศึกษาสงเคราะห์เด็กให้ได้
เรียนหนังสือ เป็นพระสงฆ์องค์เจ้าจะไปต่อปริญญาโทปริญญาเอก ก็ช่วยทั้งหมด การช่วยนั้นเราเป็นพระสงฆ์ไม่มีปัจจัย แต่มีขึ้นได้เพราะ ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดไม่มา เราไม่หวง เราไม่อด หมดก็มาเรื่อยๆ รวยมหาศาล พระพุทธเจ้าของเรารวยที่สุดในโลก รวยด้วยอัธยาศัย วิสัยทัศน์กว้างไกล ด้วยทรงมีพระเมตตา
    ๖. สาธารณสงเคราะห์ คือช่วยเหลือประชาชนและสังคม เขาจะทำถนน ขุดบ่อน้ำให้เขาได้ใช้ได้กิน พระสงฆ์มีส่วนช่วยได้มาก ไม่ต้องใช้สตางค์ ไม่ต้องใช้ปัจจัย ช่วยปัตตานุโมทนามัย ช่วยรักสามัคคีปรองดอง เป็นญาติพี่น้องในพระพุทธศาสนา ช่วยได้ง่าย แต่ตอนนี้เริ่มจะไม่ค่อยช่วยกัน มีการทำกิจกรรมที่ไร้สาระมากขึ้น วัดมีตั้ง ๕ หมื่นวัด น่าจะช่วยปลุกคนให้ตื่น เสกคนให้เป็นงาน แก้ไขปัญหาชีวิตให้ประชาชน น่าจะใช้ตรงนี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
    ๗ . กตัญญูกตเวทิตาธรรม
    ๘. สามัคคีธรรม ร่วมสมัครสมานสามัคคี มีวินัย คนที่ขาดความสามัคคีจะไม่มีวินัย คนเรารักกันปรองดองกัน เป็นญาติพี่น้องสามัคคีกัน มีวินัยแน่ อาจไม่ต้องไปฝึกวินัย กิจกรรมของพระสงฆ์ทำให้คนมีวินัย พระเดชพระคุณทั้งหลายเป็นนักศึกษา แสวงหาวิชาความรู้คู่กับความดี ขอให้นึกถึงคติธรรม นกไม่มีขน คนไม่มีความรู้ บินไม่ได้ พระพุทธเจ้าทรงเน้นวิชาการ และเน้นปฏิบัติการแก้ปัญหาชีวิตในสังคม สองอย่างควบคู่กันไป มีความรู้คู่กับความดี ถ้ามีความรู้ขาดความดี เหมือนท่านมีบ้านไม่มีบันได บ้านสวยหรูน่าทัศนาแต่ไม่มีบันไดน่าเสียดาย

    ประชาชนคือชาติ คุณธรรมที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนคือศาสนา ผู้นำของประชาชนคือพระมหากษัตริย์ เราจึงยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระสงฆ์ต้องให้สิ่งที่ประชาชนต้องการ ประชาชนจึงจะมีศรัทธาเลื่อมใส ประชาชนย่อมต้องการประเทศที่มั่นคงปลอดภัยและเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะต้องการสิ่งที่จำเป็นในชีวิต คือ
    ๑. มีปัจจัย ๔ เพียงพอที่จะดำรงชีวิต สำหรับตนเองและครอบครัว
    ๒. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
    ๓. บ้านเมืองมีความสงบสันติ และมีสังคมที่เป็นธรรม
    ๔. มีความสุขทางจิตใจ พระสงฆ์ต้องช่วยเขาให้เขามีความสุขทางจิตใจ แก้ไขปัญหาชีวิตให้เขา

ประชาชนหวังความช่วยเหลือจากพระภิกษุสงฆ์ หลายประการ เช่น
    ๑. ตัวอย่างที่ดีงามและผู้นำทางคุณธรรม โดยเฉพาะความเคร่งครัดทางวินัยของพระสงฆ์ และความเป็นผู้สันโดษ มักน้อย
    ๒. ที่พึ่งพักพิงทางจิตใจของผู้มีทุกข์ ต้องการเห็นวัดเป็นที่สงบเยือกเย็น สะอาดร่มรื่น มีระเบียบเรียบร้อย
    ๓. วัดที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาชุมชนชนบท ให้ความร่วมมือสนับสนุนให้เกิดการรวมพลังแก้ไขปัญหาต่างๆ วัดที่เป็นอุทยานการศึกษา วัดเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติ วัดต้องมี ๔ ลาน คือ
    ๓.๑ ลานวัด ซึ่งต้องร่มรื่น
    ๓.๒ ลานใจวัด สำหรับปฏิบัติกรรมฐาน
    ๓.๓ ลานกีฬา เพื่อเด็กที่เข้ามาในวัดจะได้เล่นกีฬา
    ๓.๔ ลานดนตรี งานวัดก็มีโขนละคร มีการละเล่น มีการแสดงละคร พระบางองค์บอกว่าดนตรีอย่าให้มีในวัด
เสียวัฒนธรรม แต่เราก็มีธรรมเนียม การบรรเลงเพลงสำหรับพระ เช่น พระขึ้นธรรมาสน์เล่นเพลงสาธุการ กัณฑ์ทศพร เล่นเพลงสาธุการ ทุกคนพนมมือ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระฉัน ใช้เพลงรับพระ เมื่อก่อนเวลาสร้างวัดปิดทองลูกนิมิต จะมีโขนมีละครเล่นในวัด เพราะลานดนตรีอยู่ในวัด ไม่ทำให้พระต้องอาบัติ ถ้าพระไปร้องรำทำเพลงเสียเองถึงจะเป็นอาบัติ
๔. ประชาชนต้องการเห็นพระภิกษุเข้าถึงประชาชน ไม่ต้องการเห็นภิกษุอยู่แต่ในวัด ไม่ออกไปช่วยใคร ดูแต่พระพุทธเจ้ายังเสด็จทุกวันเพื่อทรงปฏิบัติพุทธกิจ ๕ ประการ ไม่เคยทรงเว้นว่าง

    วัตรปฏิบัติเหล่านี้ให้นำไปสอนลูกหลาน สอนประชาชนว่า อย่าให้ลูกอยู่ว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ ลูกจะหลงทางได้ง่าย บางคนให้อยู่ว่างห่างผู้ใหญ่ จนหลงทางน่าเสียดาย ประชาชนต้องการเห็นพระภิกษุเข้าไปหาประชาชน ปลอบขวัญให้กำลังใจแนะแนวทางแก้ปัญหาชีวิตให้เขา ถ้าเราปลอบขวัญแก้ปัญหาให้เขาไม่ได้ เขาก็จะไม่เข้ามาหาพระ พระพุทธเจ้าบิณฑบาตโปรดสัตว์ ไม่ใช่ไปขอทาน บิณฑบาตโปรดสัตว์ ถือบาตรไป ญาติโยมทะเลาะกัน “ขอบิณฑบาตเถอะ โยมอย่าทะเลาะกันเลย เป็นอัปมงคล” ท่านจะกล่าวอย่างนี้ “อย่าเล่นการพนันเลย อย่าแย่งน้ำกันเลย อย่าฆ่ากันเลย ขอบิณฑบาต” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เขาก็เชื่อพระพุทธเจ้า แม้จะนึกในใจ ว่าเหตุใดเจ้าชายสิทธัตถะจึงมาขอบิณฑบาตไม่ให้เล่นการพนัน อย่าทะเลาะกัน ขณะนั้นเขายังไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว

    บ้านไหนสามีภรรยาทะเลาะกัน บ้านนั้นอัปมงคล ลูกเต้าไม่ดีเลย บ้านไหนสามีปรองดอง หนึ่งบวกหนึ่งต้องเป็นหนึ่ง บ้านนั้นลูกดีหมด เป็นดอกเตอร์ เป็นแพทย์ เป็นศาสตราจารย์

    งานนี้สำคัญ พระสงฆ์ต้องปลอบขวัญให้กำลังใจประชาชน ประชาชนขาดที่พึ่ง เราแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ เขาก็มีศรัทธา ไม่ ต้องใช้ปัจจัย ๔ ไม่ต้องใช้เงิน

    นักปราชญ์ในโลกมีปัญญานอกตัว ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่พระพุทธเจ้าของเราทรงมีพระสติปัญญาในพระองค์ทรงช่วยโลกได้ ปัญญานั้นติดมากับตัว ความรู้อยู่ในตำรา ถ้าท่านสนใจศึกษาเอง รับรอง “ท่านเป็นหนึ่งในตองอู” เป็นมหาปราชญ์ราชบัณฑิตมีปัญญา ปัญญาในตัวช่วยตัวเองได้ ช่วยคนอื่นได้ ช่วยครอบครัวได้ ช่วยประชาชนได้ ปัญญานอกตัวจะช่วยใครไม่ได้เลย อย่ามีแต่ความรู้อยู่ในตำรา

    ๕. ประชาชนต้องการให้วัดเป็นศูนย์กลางของการศึกษาด้านต่างๆ การศึกษาทุกรูปแบบ ทั้งทางโลก ทางธรรม ศึกษาในวัด ด้านหลักธรรมของพระศาสนาและการอาชีพ พระสอนศิลปหัตถกรรมที่มีในวัด เช่นช่อฟ้า หน้าบัน คันทวย บางองค์บวชสิบพรรษา มีความรู้มาก ลาสิกขาแล้วไปเป็นช่างทำช่อฟ้าหน้าบัน

ภัยของพระภิกษุที่ต้องแก้มี ๓ ประการ
    ๑. ความเสื่อมศรัทธาของประชาชน เวลานี้ประชาชนไม่เลื่อมใสพระ เพราะพระปฏิบัติไม่สมควรแก่การเป็นพระมากขึ้น เช่นสวด “ยถา สพ.พีฯ” กลางถนน เวลาเขาใส่บาตร ที่ถูกต้องสวด “ยถาป.จจยํ ปวต.ตมานํ ธาตุมต.ตเมเวตํ ยทิทํ ปิณ.ฑปาโต” เวลาฉันก็ “ปฏิสง.ขา โยนิโส ปิณ.ฑปาตํ ปฏิเสวามิ…” ยถา สพ.พีฯ กลางถนนไม่ถูกต้อง ต้องช่วยกันแก้ไข

    ๒. ความไม่ต้องการของประชาชน ประชาชนไม่ต้องการพระสงฆ์ เพราะเขาเบื่อหน่ายการเรี่ยไร กฐินตกค้างเยอะเพราะอะไร ความจริงเพียงผ้าผืนเดียวก็เป็นกฐินได้ ทำไมต้องมีเงินเป็นล้านถึงจะทอดได้ กฐินจึงต้องตกค้าง กลายเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ เป็นภัยร้ายของคณะสงฆ์

    ๓. ความพยายามทำลายของประชาชน บางทีประชาชนจับผิดพระ ไม่ได้ตั้งใจเข้าวัดเพื่อเป็นอุบาสก อุบาสิกา แต่เที่ยวจับผิดพระวัดโน้น วัดนี้ แล้วก็ลงหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์เขาก็ชอบ ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน เวลาพบพระดีๆไม่ค่อยลง พบพระปลอมมาบิณฑบาต ลงข่าวเสียใหญ่โต นี่เป็นการพยายามทำลายของประชาชนบางคน ต้องช่วยกันแก้ไข

วิธีแก้ไขภัยนี้คือ
    ๑. ทำให้คณะสงฆ์เป็นที่พึ่งของประชาชนได้
    ๒. ให้พระภิกษุสามเณรเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนให้ได้
    ๓. ทำให้ศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจในการครองตนของประชาชนให้ได้

    บางคนอาจไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ไม่ทราบว่าประชาชนต้องการอะไร เราช่วยเขามาก เขาจะรักเรามาก เราช่วยเขาน้อย เขาจะรักเราน้อย ถ้าช่วยใครไม่ได้ เขาจะไม่รักเราเลย เราจึงต้องทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อเขา แสดงพฤติกรรมที่ถูกต้องให้เขาเห็น นำประสบการณ์ดีๆมาใช้ หากปล่อยปละละเลย ประชาชนห่างศาสนา แทนที่จะมีอุบาสกอุบาสิกาเข้าวัด เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ก็จะกลายเป็นคนที่ประพฤติผิดประพฤติไม่สมควรมาเข้าวัด แม้สวดมนต์ก็ไม่เป็น ไม่ใช่เข้าวัดมาหาธรรมะ แต่มาให้เป่าหัวให้เรียนหนังสือเก่ง พอบอก “เป่าไม่ได้ จะเป่าหัวให้โง่หรือ” ก็ไปหาผีเข้าเจ้าทรง ไปหาหมอดู พระสงฆ์องค์เจ้าอย่าไปเป็นหมอดู ลงเลขลงยันต์ แต่ต้องเป็นหมอดูตัวเอง ดูให้อ่านตัวออก ให้บอกตัวได้ จะได้ใช้ตัวเป็น จะได้เห็นตัวตาย จะได้คลายทิฐิ จะได้ดำริชอบ จะได้ประกอบกุศล เป็นผลอนันต์ เป็นหลัก,ฐานสำคัญ เอาตาชั่งขึ้นมาดู เอาตาชูขึ้นมาชั่ง ดูให้เป็น

    อนึ่งให้ท่านเชื่อว่ากรรมฐานแก้ปัญหาได้จริงๆ สังคมพัฒนาได้ด้วยกรรมฐาน ท่านได้กรรมฐานกันมาแล้วทุกองค์จากพระอุปัชฌาย์ ก่อนจะห่มผ้ากาสาวพัสตร์ อุปัชฌาย์จะให้กรรมฐานก่อน

ข้อดีของกรรมฐาน
    ๑. กรรมฐานทำให้ระลึกเหตุการณ์ของชีวิตได้
    ๒. กรรมฐานทำให้รู้กฎแห่งกรรมจากการกระทำของตน
    ๓. กรรมฐานเกิดขึ้นและแก้ปัญหาได้อย่างดี

    ถ้าท่านมีกรรมฐาน ท่านจะมีเมตตาปรานี อารีเอื้อเฟื้อ ขาดเหลือคอยดูกัน ท่านจะยิ้มแย้มแจ่มใส ตั้งใจสนทนา เจรจาไพเราะ สงเคราะห์เอื้อเฟื้อ ขาดเหลือคอยดูแขก ไม่แปลกลูกค้า

หลัก ๕ ป
    ๑. ปริยัติ ท่านต้องเล่าเรียนให้มีความรู้ทั้งทางโลกทางธรรม
    ๒. ปฏิบัติ ต้องปฏิบัติให้ได้เก่ง ให้ได้ไตรสิกขา
    ๓. ปฏิเวธ ต้องให้เข้าถึงผล หรือบรรลุมรรคผลด้วยการปฏิบัติ
    ๔. ปฏิสังขรณ์ เห็นอะไรชำรุด ต้องรีบทำ ถึงจะเป็นกิจกรรมของนักศึกษา ต้องรีบปฏิสังขรณ์ทันที ถ้าไม่ทำ ท่านจะอาดูร อากูล คั่งค้าง ท่านจะเป็นนิสิตนักศึกษาที่ดีไม่ได้เลย

    ๕. ปฏิสันถารคารวตา แม้พระพุทธเจ้าทรงอยู่ในที่รโหฐาน ไม่ให้ใครเฝ้า ยังทรงปฏิสันถารโอภาปราศรัยกับพระอุปเสนที่มาจากป่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นตัวอย่าง ถ้าท่านมีกรรมฐาน ท่านจะรู้ซึ้งถึงจิตใจ จะมีปัญญาแก้ไขปัญหา เรียกว่าปัญญาในตัว ท่านจะแก้ปัญหาได้สมปรารถนา ที่ท่านเรียนมา เรียกว่าปัญญานอกตัว ต้องเอาปัญญาในตัวด้วย ต้องมีประสบการณ์ ถ้าไม่มีประสบการณ์ เอาแต่ตำรา จะเป็นข้อเลีย เข้าในหลักที่ว่า มีเงินให้เขากู้ มีความรู้อยู่ในตำรา เวลาจะใช้ต้องไปค้นแทบย่ำแย่

สามรู้ที่ควรรู้
    ๑. รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ต้องเรียนรู้ให้มาก ถ้ารู้น้อยเข้าสังคมลำบาก เขารู้อะไรเราต้องรู้กับเขา เอากับเขา เรามีเสื้อสิบตัวกับมีเสื้อตัวเดียว อย่างไหนดีกว่ากัน อาตมาเคยต้องเรียนวิชาคชศาสตร์ เมื่อครั้งไปลาสิกขาบทกับหลวงพ่อเดิม ท่านให้เรียนวิชาคชศาสตร์ ทีแรกอาตมาไม่ยอมเรียน ท่านด่าเลยและบอกว่า “รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม มีเสื้อสิบตัวกับมีเสื้อตัวเดียวอย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าเธอไม่มีประสบการณ์เธอจะเสียใจ” จึงต้องยอมเรียน คิดว่าจะสึกเลยสึกไม่ได้ เลยเดินธุดงค์ โดนช้างพม่าเล่นงาน ก็ได้วิชาคชศาสตร์ช่วยไว้ เป็นข้อยืนยันได้ว่า “รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม”
    ๒. รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
    ๓. รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

สามดีที่ควรยึด
    ๑. ดีที่มีคนสนใจเรา
    ๒. ดีที่มีคนปรารถนาดีต่อเรา ไปไหนมีแต่คนเมตตาเรา
    ๓. ดีที่เราละความชั่วได้ ถ้าละไม่ได้ ก็ดีไม่ได้

    ห้าภูมิที่ควรมี ได้แก่ ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน ภูมิปัญญา ภูมิปัจจุบัน
เอาปัจจุบันเป็นที่ตั้ง อดีตอย่ารื้อฟื้น เรื่องคนอื่นอย่าคิด กิจที่ชอบทำให้สำเร็จ อย่าเดี๋ยว นี่เรียกภูมิปัจจุบัน

    กรรมฐานสำคัญมาก ถ้าปฏิบัติแล้วมาเลี้ยงปริยัติได้ ถ้าไม่ปฏิบัติ มีแต่ปริยัติ ไปไม่รอด เหมือนเรื่องของเจ้าคณะอำเภอภาคใต้ท่านหนึ่ง เป็นเปรียญเจ็ดประโยค ฝรั่งเป็นดอกเตอร์มาบวช จะมาเรียนปฏิบัติกรรมฐาน แต่เจ้าคณะอำเภอเปรียญเจ็ดประโยคองค์นี้สอนไม่ได้ บอกให้เรียนบาลีกับเรียนธรรมะแทน ฝรั่งบอกว่าเรียนมาแล้ว พระไตรปิฎกอ่านจบแล้ว พระไตรปิฎกภาษาอังกฤษอ่านจบแล้ว ขอให้ท่านสอนกรรมฐาน เขามาบวชกับท่านต้องการจะให้สอนกรรมฐาน ไม่ต้องการเรียนปริยัติเพราะจบมาแล้ว เจ้าคณะอำเภอสอนไม่ได้ เพราะท่านไม่เคยสนใจกรรมฐาน ทั้งที่มีกรรมฐานเกสา โลมา อยู่แล้ว ที่น่าเสียใจคือฝรั่งบอกว่า “รู้อย่างนี้ผมไม่มาบวชประเทศไทย ไปบวชศรีลังกาดีกว่า ไปบวชพม่าดีกว่า เขามีปฏิบัติ แต่ประเทศไทยผมคิดไม่ถึงเลยว่าไม่มีปฏิบัติ”

ความอดทนเป็นสมบัตินักต่อสู้
ความรู้เป็นสมบัตินักปราชญ์
ความสามารถเป็นสมบัตินักประกอบกิจ
ความมีระเบียบทุกชนิดเป็นสมบัติผู้ดี

หมั่นจำหมั่นจด สิ่งใดงามอย่าได้งด
หมั่นจดหมั่นจำเป็นตำรา

เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง
เรียนไม่รู้ ดูไม่จำ ทำไม่จริง แล้วไปเรียนทำไม

 

คณะผู้จัดทำ http://www.jarun.org/contact-webmaster.html
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ บรรพบุรุษ บิดา มารดา ญาติสนิท มิตรสหาย ผู้มีพระคุณ ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ เจ้ากรรมนายเวรทุกภพ ทุกชาติ

กลับหน้าหลัก ›

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 27 other followers

%d bloggers like this: