๑๘/๕ หลวงพ่อเปรียบเสมือนบิดา

สุภาพ พระชนีย์

    ดิฉันอายุ ๖๑ ปี บ้านเดิมอยู่จังหวัดเพชรบุรีมาอยู่กรุงเทพฯ ที่โพธิ์สามต้น บางกอกใหญ่ได้ประมาณ ๓๐ กว่าปีแล้ว ดิฉันมาจากภูเก็ตปี ๒๕๐๘ พบกันคุณโสภณ พระชนีย์ ปี ๒๕๐๙ แต่งงานกันปี ๒๕๑๒ มีลูกชาย ๑ คน ลูกสาว ๑ คน ลูกชายและลูกสาว เป็นผู้ชักชวนให้ดิฉันได้รู้จักหลวงพ่อ

    ปี ๒๕๒๖ ดิฉันยังไม่รู้จักวัดอัมพวัน รู้จักแต่วัดพิกุลทอง หลวงพ่อแพ แต่ไม่ทราบมีอะไรมาดลใจให้ดิฉันตอบตกลงไปวัดอัมพวันกับลูกสาวซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยหอการค้า ในครั้งนั้นครูเขาพานักศึกษาไปปล่อยปลาดุกที่ท่าน้ำ ดิฉันนั่งที่ศาลา ร.๕ รวมกับผู้ปกครองคนอื่นๆ หลวงพ่อลงมานั่งในศาลา ทุกคนกราบหลวงพ่อ แล้วท่านก็เริ่มเล่าเรื่องที่ท่านคอหัก แล้วหายใจทางสะดือ แล้วฟื้นในใจดิฉันในขณะนั้นมีความรู้สึกว่า พระองค์นี้พูดดีนะ

    ปี ๒๕๓๘ หลังจากที่ลูกสาวดิฉันเรียนจบ ทำงานได้ประมาณ ๕-๖ เดือน เขาก็อยากไปวัด จึงชวนดิฉันไปกับเพื่อนของเขา รวม ๓ คน ไปวันศุกร์กลับวันอาทิตย์ ต่อมาวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๑ ลูกๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน พ่อเด็กยังทำงานอยู่ที่ศรีราชา ดิฉันต้องอยู่คนเดียว จึงตัดสินใจไปวัดอัมพวันแต่เพียงลำพัง เมื่อถึงวัดแม่ชีสมคิด ให้ดิฉันพักที่ศาลาภาวนา ๑ ชั้นบน ดิฉันได้แม่ครูพันธุ์ทิพย์สอนให้ปฏิบัติ ให้มีสติรู้ตามการหายใจเข้าออก วันหนึ่งดิฉันได้เห็นแม่ของดิฉัน ซึ่งตายไปตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ เห็นใบหน้าของแม่ยิ้มก็ดีใจ อิ่มเอิบ

    หลังจากนั้นดิฉันก็ให้สัจจะในใจว่า จะขอไปวัดเดือนละ ๑ ครั้ง เริ่มตั้งแต่ครั้งละ ๓ วัน ต่อมาครั้งละ ๕ วันบ้าง ๗ วันบ้าง ดิฉันมีความสุข ดิฉันจะทำงานทุกอย่างที่พอจะช่วยแบ่งเบาได้ เช่น ซักผ้าผู้ไปปฏิบัติธรรม ช่วยโรงทานทำอาหาร และช่วยจัดที่พัก ดิฉันไปทุกเดือนโดยมิได้ขาดจนปี ๒๕๔๓ ดิฉันได้พาสามีไปอยู่ ๗ วัน ไปได้ ๓ ครั้งเขาก็หยุดไม่ไปอีก

    ดิฉันเคยถูกเข้าใจผิดว่าขโมยของ แต่ด้วยสายตาของหลวงพ่อมองดิฉันอย่างเมตตา ทำให้ดิฉันน้ำตาไหล เข้าใจในสายตาของหลวงพ่อที่เข้าใจดิฉันทำให้ดิฉันมีกำลังใจทำงานที่วัดอีก โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก

    ในช่วงเข้าพรรษาหลวงพ่อจะทำวัตรเช้าเวลาตี ๒ เล่าพระพุทธประวัติให้พระลูกวัดฟัง และสอนให้พระทราบว่าวินัยของพระสงฆ์มีอะไรบ้าง สมควรทำหรือไม่สมควร ดิฉันฟังแล้วรู้สึกยินดี คิดว่าเป็นบุญของดิฉันและของพระลูกวัดด้วย บุญคุณนี้ดิฉันไม่ขอลืมตลอดชีวิตของดิฉัน ดิฉันได้พบหลวงพ่อในชาตินี้ คือชาติใหม่ของดิฉันหลังจากเจออุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ที่ดิฉันนั่งไปชนกับรถ ๑๐ ล้อแล้วฟื้นมา ส่งลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยมีงานทำ เลื่อนตำแหน่งงานแล้วส่งเงินให้ดิฉันใช้ สามีก็ปลดเกษียณรับเงินบำนาญ และให้เงินดิฉันใช้ เมื่อก่อนไม่เคยให้เลย ดิฉันมีความสุขมา ดิฉันอยากบอกให้เพื่อนและน้องมีเมตตาต่อกัน ให้ทำดังที่หลวงพ่อของเราทั้งหลายได้ทำให้ดูเป็นแบบอย่างที่หายากแล้ว

 

คณะผู้จัดทำ http://www.jarun.org/contact-webmaster.html
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ บรรพบุรุษ บิดา มารดา ญาติสนิท มิตรสหาย ผู้มีพระคุณ ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ เจ้ากรรมนายเวรทุกภพ ทุกชาติ

กลับหน้าหลัก ›

Advertisements
%d bloggers like this: