๑๘/๖ เราได้อะไรจากกรรมฐาน

พันเอกหญิง วาสุณี อันนตรพีระ

    ฉันเคยถามคำถามนี้กับตัวเองอยู่เสมอ นับตั้งแต่เริ่มเข้าปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๐ เวลาที่ยาวนานถึง ๗ วัน สำหรับคนที่เคยทนปัญหาใดๆ เลย แถมมีแต่ความเจ้าอารมณ์เป็นเจ้าเรือนนั้น บอกตรงๆ ว่าเป็นความทรมานอย่างเหลือเกิน ร่ำๆ จะหิ้วกระเป๋ากลับตั้งแต่วันที่สองแล้ว ไหนจะแปลกที่และต้องนอนร่วมห้องกับคนแปลกหน้า ทำให้นอนไม่หลับ ไหนจะต้องนอนกับพื้นกระดานที่กระด้าง ปราศจากฟูกนิ่มเช่นที่เคยนอน แล้วยังต้องรีบตื่นตี ๒ เพื่อเข้าห้องน้ำก่อนคนอื่น มิฉะนั้นจะไม่ทันทำวัตรตอนตี ๓ ครึ่งอีก ล้วนแต่ทำให้เกิดความท้อถอยทั้งสิ้น หากไม่คิดสักนิดว่าจะต้องกลายเป็นคนเสียสัจจะ ฉันก็คงเลิกล้มความคิดที่จะอยู่ให้ครบ ๗ วัน และคงไม่มีวันนี้ วันที่ฉันโชคดีได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม ผู้ซึ่งเมตตาช่วยต่ออายุฉันได้มีชีวิตยืนยาวเพื่อตอบแทนบุญคุณหลวงพ่อ และรับใช้พระศาสนาจนทุกวันนี้

    ก่อนจะพูดว่าฉันได้อะไรจากกรรมฐาน คงต้องเท้าความถึงภูมิหลังกันสักนิด ฉันเป็นลูกทหาร เกิดและเติบโตในค่ายทหาร ถูกปลูกฝังในเรื่องระเบียบวินัยมาตั้งแต่เป็นเด็กอายุ ๑๖ ปี เข้าศึกษาในโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยกองทัพบก (วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกปัจจุบัน) ซึ่งเป็นโรงเรียนทหารอีก ยิ่งทำให้ยึดมั่นในระเบียบวินัยมากขึ้น เมื่อเรียนจบในปี ๒๕๑๔ ทำงานในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ๑ ปี จึงย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายภาณุรังสีราชบุรีเมื่อปลายปี ๒๕๑๕ การทำงานมักจะอยู่ในตำแหน่งที่ต้องอาศัยการตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ฉันจึงต้องมีความมั่นใจสูงมาก จากบุคลิกที่ถูกหล่อหลอมมาให้มีความมั่นใจในตัวเองสูงขนาดนี้ เมื่อต้องทำหน้าที่ผู้อำนวยการถึง ๒ สมัย ก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้นจนเกือบเรียกว่าเผด็จการเลยทีเดียว

    แม้ว่าฉันจะเป็นคนเจ้าระเบียบและเข้มงวดมาก จนกลายเป็นคนดุในสายตาของคนอื่น แต่คนที่รู้จักฉันลึกซึ้งจะรู้ว่าแท้จริงฉันเป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร ฉันอยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ มีระเบียบวินัยรู้จักเห็นอกเห็นใจกัน โดยที่ฉันไม่ต้องมาจ้ำจี้จ้ำไช เมื่อไรที่ฉันต้องตำหนิหรือลงโทษใครสักคน ฉันจะรู้สึกไม่สบายใจมาก

    วาระที่ต้องใช้หนี้กรรม เริ่มตั้งเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๓๑ มีการส่งแพทย์มาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลโดยมารับหน้าที่ต่อจากฉัน ฉันเป็นหัวหน้าแผนกที่อาวุโสสูงมาก เป็นรองก็เพียงผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่ฉันถูกตำหนิต่อหน้าที่ประชุมทุกวัน และเรื่องที่ถูกตำหนิมิใช่ความบกพร่องในเรื่องของงานเลย เป็นเพียงการพูดจากระทบกระแทก อันมิใช่วิสัยของผู้บังคับบัญชาจะกระทำต่อผู้ใต้บังคับบัญชา สุดท้ายฉันก็รู้สึกขึ้นมาเองว่า เพราะสิ่งที่เรียกว่า “กรรม” นั้นเองคือตัวกำหนด ฉันเริ่มท้อว่าเมื่อไหร่จะหมดกรรมเสียที จนกระทั่งปลายปี ๒๕๔๐ ที่ฉันได้นำคณะมาปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตของฉัน นับตั้งแต่ ยศ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน บุคคลในครอบครัว รวมถึงสภาวะจิตใจ และอารมณ์ของฉัน

    เรื่องของยศและตำแหน่งการงาน ตัวฉันและสามีได้รับพระราชทานยศสูงขึ้นในปลายปี ๒๕๔๑ หลังจากที่ไม่เคยมีการขยับเขยื้อนนับสิบปี ฉันได้ย้ายที่ทำงานไปยังหน่วยใหม่ที่มีความสุขทั้งกายและใจ ได้ทำงานที่ฉันรัก คือ การเขียนบทความและเรื่องสั้นลงนิตยสารทหารช่าง ได้ทำโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด มีอิสระในการสร้างสรรค์งาน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเขม่น ไม่มีการอิจฉาริษยา และฉันมีโอกาสได้ ๒ ขั้น

    ในส่วนของอารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการฝึกปฏิบัติ วันแรกที่ฉันได้ฝึกนั่งสมาธิ แค่เพียงยกขาขวาขึ้นวางทับขาซ้าย ฉันก็ปวดแทบขาดใจแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปฉันเริ่มอดทนได้มากขึ้น ความเจ็บปวดทรมานยังคงอยู่ แต่จิตใจที่ดิ้นรนกระวนกระวายกลับน้อยลง ความสงบและเบาสบายเริ่มเข้าแทนที่ ยิ่งปฏิบัติต่อเนื่องกัน ฉันเริ่มมองเห็นตัวเองมากขึ้น ฉันมองเห็นกรรมที่เคยทำจากการเบียดเบียนสัตว์อื่น แล้วฉันต้องมารับกรรมโดยถูกผู้อื่นเบียดเบียนบ้าง ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นเอง ฉันเริ่มใช้สติที่ฝึกมาให้เกิดประโยชน์ พยายามหาเหตุผลในเรื่องต่างๆ และพยายามไม่หงุดหงิด อดทน และอภัยในความผิดพลาดของคนอื่นได้มากขึ้น ผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์นั้นเกิดทึ่งและศรัทธาต่อการฝึกกรรมฐานมาก เพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

    ด้านสุขภาพนั้น ฉันได้รับผลกระทบที่เลวร้ายจากการสะสมความเครียดในการทำงานมานานนับสิบปี ความคับข้องใจที่เกิดจากความบีบคั้นของผู้บังคับบัญชาที่หาเรื่องตำหนิรายวัน และผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไร้ระเบียบวินัย ทำให้ป่วยเป็นมะเร็งที่ไต จนต้องตัดทิ้งไปข้างหนึ่ง และถูกตัดเนื้อปอดส่วนที่เป็นมะเร็งออกอีกเล็กน้อย โชคดีที่ฉันได้ฝึกกรรมฐานจากวัดอัมพวันมาล่วงหน้า ๒ ปี จึงทำให้ฉัน “ปลง” ทำใจได้เร็วกว่าปกติ นอกจากนั้นพลังจิตที่ปรารถนาให้ฉันหายป่วยจากคนที่รัก เช่น แม่ สามี ญาติพี่น้อง รวมถึงมิตรสหาย ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะพลังแห่งความเมตตาจากหลวงพ่อจรัญนั้น เป็นส่วนที่ทำให้ฉันผ่านพ้นวิกฤตแห่งสุขภาพมาได้ ฉันใช้การเดินจงกรม การนั่งกรรมฐาน เป็นเครื่องมือของจิตมาควบคุมการ ให้ต่อสู้กับความอ่อนเพลียจากการให้ยาเคมีบำบัด ต่อสู้กับอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวและที่สำคัญต่อสู้กับความกลัวตาย ที่แฝงอยู่ในจิตใจของฉันตลอดเวลา

    ยามใดที่จิตตกและเกิดความกลัวขึ้นมา คำพูดที่หลวงพ่อปลอบฉันให้สวดมนต์ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลและนั่งกรรมฐานนั้น ก้องอยู่ในหู ฉันจะเกิดความแข็งแกร่งขึ้นในจิตใจ จนเอาชนะความกลัวนั้นได้ ฉันได้พบสัจธรรมอย่างหนึ่ง คือเมื่อใดที่เรากลัวจนถึงที่สุดเราจะเลิกกลัวทันทีการทำกรรมฐานก็เช่นกัน หลวงพ่อบอกว่าเมื่อใดก็ตามที่เวทนามันถึงที่สุด เราสามารถผ่านห้วงเวลานั้นมาได้เราก็จะอยู่เหนือเวทนา คืออดทน

    เวลานี้สุขภาพฉันดีขึ้นมาก เรียกได้ว่าหายแล้วแต่ต้องไม่ประมาท ฉันต้องดูแลภาวะร่างกายและจิตใจให้สมดุล ต้องไม่เครียด ไม่สะสมความโกรธข้ามวัน ที่จำเป็นที่สุดคือต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน อย่ามัวคิดถึงอดีตที่ผ่านไปแล้วและกังวลกับอนาคตเพราะยังมาไม่ถึง หลวงพ่อใช้คำว่า “อย่าจับให้มั่นคั้นให้ตาย” แน่ละมันเป็นเพียงแค่เงา เราจะไขว่คว้ามันได้อย่างไร

    สำหรับคนรอบข้าง อันประกอบด้วย แม่ น้อง สามี และหลานๆ ก็ได้รับอานิสงส์จากการปฏิบัติของฉันโดยทั่วหน้า ทุกคนจะวู่วามน้อยลง ใส่ใจที่จะสวดมนต์ไหว้พระและทำบุญสุนทาน จากการที่เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของฉัน ทั้งสุขภาพและอารมณ์ ทำให้เขาเกิดความศรัทธาต่อการปฏิบัติกรรมฐานและองค์หลวงพ่อ ยิ่งได้มีโอกาสกราบหลวงพ่อด้วยตนเอก็ยิ่งเชื่อมั่นในความดีงามเชื่ออานิสงส์ของการสวดมนต์ไหว้พระนั่งกรรมฐานมากขึ้นที่เห็นชัดเจนคือ แม่ซึ่งอารมณ์ดีขึ้น ปล่อยวางปัญหาต่างๆ ได้มากและศรัทธาต่อหลวงพ่อสูงสุด ท่านจะอ่านหนังสือของหลวงพ่อและปฏิบัติตามทุกอย่าง ฉันภูมิใจมาก เพราะหลวงพ่อสอนว่า การตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ที่ได้อานิสงส์สูงสูด คือการชักจูงให้ท่านเข้าหาธรรมะ อย่างน้อยฉันก็ได้มีโอกาสตอบแทนคุณของพ่อ-แม่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากส่งเสียเลี้ยงดูตามปกติ

    เมื่อก่อนฉันคิดว่าอะไรดีและถูกต้อง ฉันก็จะพูดและทำทันที เมื่อผ่านการปฏิบัติมานานหลายปี ฉันรู้จักไตร่ตรองและรอช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนจึงจะพูดหรือทำ และถ้าคำพูดนั้นฉันรู้ว่าจะส่งผลกระทบต่อจิตใจทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด ฉันจะไม่พูดเลย บอกตรงๆ ว่าฉันกลัวบาป ลำพังพยายามละความชั่วสร้างความดี ยังรับผลความเป็นทุกข์ขนาดนี้ ถ้ายังขืนสร้างแต่ความชั่วจะมีอะไรเหลือ

    ทุกวันนี้ฉันไถ่โทษให้กับตัวเอง ด้วยการทำบุญสร้างความดีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ครูอาจารย์ ทำงานหนักเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่ได้อยู่อาศัย ให้งานทำจนมีกินมีใช้ไม่อดอยาก และตอบแทนบุญคุณของพุทธศาสนาที่มีคำสอนขององค์พระศาสดา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทำให้ใจฉันไม่ต้องว้าเหว่เดียวดาย ฉันพยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าแม้จุดหมายปลายทางจะมองไม่เห็น ฉันก็เชื่อแน่ว่าได้ก้าวมาถูกทางแล้ว

    ตลอดระยะเวลา ๖ ปีที่ผ่านมา ฉันได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อมากมาย จนเกินกว่าจะบรรยายได้หมด และคงมิใช่เพียงฉันคนเดียวที่ได้รับ ลูกศิษย์ทุกคนรู้ดีว่าต่างก็ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อทั้งสิ้น ต่างกันแต่รูปแบบเท่านั้น นั่นย่อมแล้วแต่กรรมของแต่ละคนที่มีร่วมกับหลวงพ่อในต่างชาติต่างภพ ฉันเคยภูมิใจว่าฉันเก่ง ฉันดี ที่ได้มีโอกาสทำงานให้หลวงพ่อ แม้แต่การที่ท่านปรารภเรื่องงานที่ศูนย์เวฬุวัน ฉันก็ยังนึกว่าหลวงพ่อไว้ใจให้มาช่วยทำงาน แท้ที่จริงหลวงพ่อกรุณาชี้ทางให้ฉันได้มาชดใช้หนี้ “กรรม” ต่างหาก ลำพังความรู้ที่ฉันมี ไม่เพียงพอที่จะเห็นกรรมของตนเองได้ ฉะนั้นที่ฉันเดินทางไกลถึงขอนแก่นทุกวันนี้ ก็เพื่อจะได้ร่นระยะทางแห่งการใช้หนี้กรรมให้เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นคงจะยาวนานไปอีกไม่รู้กี่ชาติภพ

    ความเกี่ยวข้องที่ฉันมีต่อหลวงพ่อและกัลยาณมิตรทั้งหลายที่ได้มาร่วมสุขร่วมทุกข์ในภารกิจรับใช้หลวงพ่อนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของหนี้ “กรรม” ที่เคยทำร่วมกันมา เรามาพบกันเพื่อใช้หนี้ หมดหนี้เราก็ต้องจากกัน เหมือนที่หลวงพ่อเคยพูดเสมอว่า “เราพบกันเพื่อรอเวลาจาก”

    พวกเราคงสังเกตเห็นว่าช่วง ๒ ปีหลังนี้ หลวงพ่อมักจะไม่พูดคุยสนุกเหมือนอย่างเคย ทั้งแววตาท่าทางของท่านดูอ่อนล้า หลายครั้งที่ฉันเห็นท่านกวาดตามองลูกศิษย์ที่มากราบท่านด้วยแววตาครุ่นคิด ท่านคงจะห่วงและกังวลกับพวกเรามาก เราลองย้อนถามตัวเองกันดูซิว่า ได้ทำอะไรให้หลวงพ่อได้ชื่นอกชื่นใจกันบ้าง เรายังมีอิจฉาริษยากัน ทะเลาะกัน แล้วนำเรื่องหนักใจมาให้หลวงพ่อหรือเปล่า ถ้าเราทำให้ท่านหนักใจ เราบาปเพียงไหน ลองคิดดูเถิดเร่งรีบทำความดีถวายหลวงพ่อเสียแต่วันนี้ก่อนที่จะถึงวันที่ไม่มีหลวงพ่อ

    ฉันขอฝากถึงญาติธรรมทุกคน เรามักจะบอกว่าเรารักหลวงพ่อ จึงมาปฏิบัติกรรมฐานถวายหลวงพ่อทุกปีในวันเกิด ที่จริงแล้วหลวงพ่อคงอยากให้เราเป็นคนดี มีความรักสามัคคีกัน และที่สำคัญที่สุดคืออย่าอิจฉาริษยากันมากกว่า นั่นเป็นสิ่งที่ต้องเตือนตัวเองและกระทำทุกๆ วัน จึงจะตอบแทนบุญคุณของหลวงพ่อได้ดีกว่าสิ่งอื่นใด

    อานิสงส์ใดที่เกิดจากความตั้งใจรับราชการแทนคุณแผ่นดิน และงานรับใช้พระศาสนา ลูกขอถวายเป็นเครื่องบูชาพระคุณของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม เนื่องในวาระครบรอบวันเกิด ๗๖ ปี ขอให้หลวงพ่อมีอายุยืนยาว เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของเหล่าศิษย์ตราบนานเท่านาน

 

คณะผู้จัดทำ http://www.jarun.org/contact-webmaster.html
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ บรรพบุรุษ บิดา มารดา ญาติสนิท มิตรสหาย ผู้มีพระคุณ ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ เจ้ากรรมนายเวรทุกภพ ทุกชาติ

กลับหน้าหลัก ›

Advertisements
%d bloggers like this: