๑๘/๑๘ หนี้ชีวิต

ตรีรัตน์ ภาสเวคิน

    ผมได้บวชที่วัดอัมพวัน เมื่อพฤษภาคม ๒๕๓๒ เป็นเวลา ๑ เดือน โดยหลวงพ่อจรัญเป็นครูอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐานเองอย่างเคร่งครัดตามที่หลวงพ่อได้เทศนาสั่งสอนมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจากการที่ผมได้บวชเรียนและปฏิบัติกรรมฐานมาโดยตลอด ทำให้ปัญหาต่างๆ ของผมที่มีมากมายได้ถูกแก้ไขและคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เช่นเรื่องของลูกสาวคนโตของผมชื่อเพลิน

    น้องเพลินเป็นโรคไฮเปอร์แอคทีพ (Hyperactive) และแอลดี LD (Learning Disable) โรคHyperactive คือการที่สมองทำงานบกพร่อง ซน อยู่นิ่งไม่ได้ ส่วนโรค LD คือการที่เด็กมีความบกพร่องในการเรียนรู้ ในวัยเด็กน้องเพลินซนมากๆ มีสมาธิตั้งใจเรียนได้เพียงระยะเวลา อันสั้นเท่านั้น ก็เสมือนกับว่าไม่ตั้งใจเรียน ไม่ชอบรับประทานอาหาร ไม่อยู่นิ่ง แต่แปลกที่มีสิ่งหนึ่งที่มีสมาธิทำได้ดีมาก คือการต่อจิกซอ (ตัวต่อ) ได้ถูกต้องและรวดเร็ว ถนัดในการเรียนรู้จากภาพได้เป็นส่วนใหญ่

    ตอนที่น้องเพลินยังเล็กอยู่ ผมไม่ได้เล็งเห็นปัญหา คิดว่าซนไปตามประสาเด็กเล็ก ผมก็ใช้วิธีการทำโทษโดยตีเขาแรงๆ เพื่อให้จำว่าจะไม่ซน ไม่ทำแบบนั้นอีก ปัจจุบันนี้ผมยังคงเสียใจไม่หายที่เคยตีเขาแรงๆ หลวงพ่อสอนพ่อว่าอย่าตีลูก พอมาช่วงอายุประมาณ ๘-๙ ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ การเรียนการเอาใจใส่ของน้องเพลินก็ยังแย่เช่นเดิม และพบว่าน้องเพลินไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ คือชอบจำตัวอักษรสลับกัน เช่นจำผิดระหว่าง b กับ d ซึ่งเป็นโรคที่เรียกว่า Dyslexia จะมีลักษณะคือเห็นภาพสลับเป็นภาพลวง ในที่สุดน้องเพลินได้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษา เป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬา ชื่อคุณหมอ อำพล สุ่อำพัน จึงได้ทราบว่าน้องเพลินเป็น Hyperactive กับ LD

    หลังจากที่ผมได้ทราบแล้ว จึงสังเกตุพฤติกรรมของน้องเพลินเพิ่มขึ้นว่า น้องเพลินอ่านหนังสือเองไม่ได้ ต้องมีใครมาอ่านให้ฟังหรือพูดบอกถึงจะเรียนรู้ได้ เมื่อใกล้จะสอบน้องเพลินถึงจะติวหนังสือ เพราะถ้าติวแต่เนิ่นๆ ก็จะลืม ตอนนั้นผมไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งยังไม่เข้าใจ Hyperactive กับ LD นัก น้องเพลินทำอะไรให้ขวางหูขวางตาไปหมด

    น้องเพลินโชคดีที่มีผู้เมตตา เข้าใจ เช่นในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น มีครูเป็นนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ ชื่อครูป้อ ณัชกร งามจามรีกุล ซึ่งเข้าใจว่าต้องเรียนตัวต่อตัวถึงจะได้ผลดี พอมาถึงชั้นมัธยมศึกษาน้องเพลินก็มีปัญหาเรื่องการเข้ากับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ต้องพาไปหาหมอซึ่งได้ให้ยามาทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง และช่วยในการเรียนหนังสือ

    นับเป็นบุญของน้องเพลินที่ได้อาจารย์ ภัทราดา ยมนาค (ครูนัน) เป็นผู้ให้ทั้งความรู้ความรักและความเข้าใจแก่น้องเพลิน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กประถม จนขณะนี้เป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วที่น้องเพลินสัมผัสได้ว่าครูนันช่วยสอนและสอนเขาด้วยความรัก ขณะนี้น้องเพลินเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) ต้องให้ครูนันช่วยมาตลอด ครูนันเห็นว่าช่วยอย่างนี้เรื่อยไป น้องเพลินจะไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ครูนันจึงพยายามไม่ช่วย ไม่กี่เดือนมานี้น้องเพลินจึงเริ่มอ่านได้เอง และเริ่มสนุกกับการอ่านบ้างแล้ว

    ขอขอบพระคุณครูนันและคุณหมออำพลเป็นอย่างมาก ที่ช่วยทำให้น้องเพลินดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ หลวงพ่อเสมือนเป็นผู้แนะนำโดยธรรมะนั้น จัดสรรให้ได้รู้จักกับครูนันและทุกคนที่มีส่วนร่วม น้องเพลินบอกเสมอว่า ถ้าเขาจบปริญญา ใบปริญญานั้นคือของครูนันครึ่งใบและอีกครึ่งใบคือของหลวงปู่

    หลวงพ่อพูดเสมอว่า ถ้าทำความดีจะร้อนถึงพระอินทร์ ผมเชื่อว่าเพราะสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิธรรมะจะช่วยจัดสรรให้เอง แต่ผมไม่ได้หมายความว่า หากเราทำความดีแล้วทุกข์จะหายหมดไปเอง สุดท้ายที่อยากจะกล่าวถึงคือคำกล่าวของหลวงพ่อที่ว่า หนี้ทุกอย่างใช้ทดแทนได้หมด แต่หนี้บุญคุณไม่มีวันหมด

    บุญคุณของหลวงพ่อจะไม่มีวันลบเลือนจากใจของผมและครอบครัวไปได้เลย

 

คณะผู้จัดทำ http://www.jarun.org/contact-webmaster.html
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ บรรพบุรุษ บิดา มารดา ญาติสนิท มิตรสหาย ผู้มีพระคุณ ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ เจ้ากรรมนายเวรทุกภพ ทุกชาติ

กลับหน้าหลัก ›

Advertisements
%d bloggers like this: